"ความทรงจำเก่าๆมักจะหลงเหลืออยู่ในลิ้นชักเสมอ"

   

เมื่อเปิดลิ้นชักที่ถูกปิดตายมานับปี

ฉันเจอบางสิ่งที่ครั้งหนึ่งเคยทำให้ยิ้มอย่างเป็นสุข

แต่ในวันนี้กลับทำให้เสียน้ำตาอย่างหนัก

......

รูปถ่ายสีซีดๆใบหนึ่งนอนหลับอุตุอยู่ตรงมุมเล็กๆในลิ้นชักนั้น

......

ว่ากันว่า...ภาพหนึ่งภาพแทนคำพูดได้นับพันคำ

ฉันแตะมันอย่างแผ่วเบา รูปถ่ายเริ่มสะลึมสะลือเมื่อถูกปลุก

และทันทีที่ตื่น มันก็ปลดปล่อยเรื่องราวในอดีตที่ซ่อนอยู่ข้างในออกมา

น้ำตาของฉันไหลรินขณะที่ภาพสโลโมชั่นเหล่านั้นผุดขึ้นมาเรื่อยๆ

.....

ใครคนหนึ่งเคยกลั้นหัวเราะเมื่อฉันพยายามเป่าไฟฉายให้ดับ

ใครคนหนึ่งเคยปลอบฉันด้วยการโชว์โหม่งฟุตบอลด้วยเหม่ง

ใครคนหนึ่งเคยสอนให้ฉันตดในน้ำจนกลายเป็นเพลง

ใครคนหนึ่งเคยทำแผลให้ฉันในวันที่หัดขี่จักรยาน

ใครคนหนึ่งคอยทำตาขวางใส่เด็กชายที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่

ใครคนหนึ่งเคยบอกให้ฉันเข้มแข็งและปล่อยหมัดสู้

ใครคนหนึ่งเคยปกป้องฉันตั้งแต่วันที่หัดเดินจนถึงวันที่สวมเสื้อคอซอง

ใครคนหนึ่งที่ไม่เคยพูดคำว่ารัก แต่ฉันกลับรู้สึกถึงรักนั้นเต็มหัวใจ

"พี่คะ...คิดถึงเหลือเกิน"

 

.....

บทเรียนที่แลกด้วยลมหายใจและและความผูกพันครั้งนี้สอนให้ฉันรู้ว่า

"ความตาย" อยู่ใกล้แค่สุดปลายมือ

นับแต่วันที่หนึ่งชีวิตหายไป ฉันเริ่มกลัวการผัดวันประกันพรุ่ง 

กลัวแม้กระทั่งการเดินหันหลังให้ใคร

 ฉันกลัวว่านั่นจะเป็นครั้งสุดท้ายที่จะได้เห็นรอยยิ้มของกันและกัน

"แค่เสี้ยววินาทีก็อาจจะสายเกินไป"

 

.....

ฉันรู้ว่าพี่จะปลอบอย่างไรหากรู้ว่าฉันกำลังร้องไห้

" ถ้าร้องไห้หนึ่งครั้งจะทำให้นางฟ้าตายไปหนึ่งองค์นะ"

อ้อมกอดและสายตาอ่อนโยนนั้นทำให้น้ำตาฉันแห้งไปได้เสมอ

..ฉันรู้น่า..

พี่กลัวว่าบนสวรรค์ที่พี่อยู่ จะไม่มีนางฟ้าสวยๆเหลือใช่ไหมล่ะ ^^

 

......

เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่รู้ เมื่อเสียงที่คุ้นเคยดึงฉันออกมาจากห้วงความคิด

แม่กำลังทำกับข้าวอยู่ในครัว

พ่อกำลังรดน้ำต้นไม้อยู่ที่ริ้มรั้วบ้าน

และน้องสาวกำลังสีไวโอลินอยู่ในห้องนอน

" เมื่อย้อนเวลากลับไปไม่ได้ ฉันจะดูแลทุกชีวิตที่ยังคงอยู่ ให้ดีที่สุด"

 

......

รูปถ่ายใบนั้นกำลังนอนหลับอย่างอบอุ่นอยู่ในลิ้นชักเช่นเดิม

ฉันพิมพ์บทความเหล่านี้ด้วยความเจ็บปวดที่เข้มแข็ง

เพียงแค่อยากบอกคุณว่า

 

"ดูแลคนที่คุณรักในวันที่ยังหายใจ

ดีกว่าวางดอกไม้นับพันหน้าหลุมศพ"

 

อย่าคิดว่าเป็นเรื่องน่าอายที่จะกอดพ่อและแม่

อย่าใช้ความเป็นผู้ใหญ่อ้างว่าไม่มีเวลาดูแลท่าน

อย่ามัวแต่ปลอบตัวเองว่า พรุ่งนี้ค่อยบอกรักใครคนนั้นก็ยังทัน

อย่าให้ความห่างเหินทำลายความผูกพันที่เคยมี

อย่ารอให้ถึงวินาทีสุดท้าย

อย่ารอให้ความตายบังคับให้ทำ

เพราะแค่เสี้ยววินาที...ก็อาจจะสายเกินไป

 

 

 

ความรักไม่ได้จากไปก่อนวัยอันควร

เพราะความรักอยู่กับเราตลอดเวลา

แม้ชีวิตจะเดินทางล่วงหน้าไปก่อนแล้วก็ตาม

 

 

 

 

 

 

 

 

(เอนทรี่นี้แด่พี่ชายที่ฉันรัก แม้จะอยู่ในอีกโลกหนึ่งแล้วก็ตาม)

...หลับฝันดีนะคะพี่...

 

 

 

ทะเลที่นี่กำลังเหงา...ขุนเขาที่นั่นได้ยินไหม

คลื่นลมที่นี่อ่อนแรงเกินจะพัดไกลๆได้

ทะเลจึงฝากใบไม้ ช่วยหอบความคิดถึงไป

ขุนเขาที่นั่นสบายดีไหม...ได้รับหรือยัง

 ......................

 

"ไม่มีอะไรในจักรวาลที่ไม่หมุน"

ฉันเชื่อเช่นนี้

โลกนี้หมุน ดวงอาทิตย์หมุน กาแลกซี่หมุน

ทุกสิ่งต่างเคลื่อนไปเรื่อยๆ

...ไม่เว้นแม้แต่ "เวลา"...

 

กาลเวลาหมุนมา ให้เราได้พบกัน รู้จักกัน และมีช่วงชีวิตดีๆร่วมกัน

จนแทบอยากหยุดเวลาไว้ตรงนั้น

แต่เวลาหยุดหมุนไม่ได้

เพราะอย่างนั้น แม้จะยื้อไว้เท่าไหร่ สุดแรง สุดมือ

แต่สุดท้ายแล้ว กาลเวลาก็ต้องหมุนไป...ให้เราจากกัน

 

ผิดที่เวลาไม่เคยพอ

หรือผิดที่เรารั้งไม่ไหว

...เปล่าเลย...

เพราะกลไกแห่งจักรวาลที่เป็นอย่างนั้น

ไม่มีใครรู้หรอกว่าเครื่องปั่นเวลาซ่อนอยู่ในดาวเคราะห์ดวงไหน

 

หมุนต่อไปเถอะ เวลา

หมุนไปพร้อมๆกับดาวเคราะห์ที่ฉันยืนอยู่นี้

ฉันจะพยายามเดิมตามไปให้ทัน

เพื่อจะได้อยู่กับปัจจุบัน

โดยไม่มีวันลืมช่วงชีวิตที่หมุนวนอยู่เบื้องหลัง

 

ไม่ต้องห่วงหรอก เวลา

เพราะฉันรู้

ตราบใดที่เธอยังคงหมุน...

ฉันก็ยังมีโอกาสได้พบเขาอีกครั้ง

 

 

 

...

ไม่มีใครเคยเห็นจุดสิ้นสุดของจักรวาล

เช่นเดียวกับที่ไม่มีใครเคยเห็นรูปร่างของความคิดถึง

...

ฉันไม่อาจรู้ว่าจักรวาลกว้างใหญ่แค่ไหน

เหมือนกับที่ฉันไม่อาจรู้ว่า...คิดถึงมากเพียงใด

...

แต่เหนือสิ่งอื่นใด

ฉันคิดถึงเธอ

 

 

ฉันฝันว่า..ฉันฝัน

posted on 08 Dec 2009 22:42 by marine-melody

 

ในส่วนที่พอจะเรียกได้ว่าห้องนอน ^^

 

ความฝันที่หนึ่ง  ลอยผ่านหน้าฉันไป

ความฝันที่สอง  บินมาคลอเคลียใกล้ๆใบหู

ความฝันที่สาม  กระโดดโลดเต้นอยู่ตรงหน้า

ความฝันที่สี่  กำลังจั้กกะจี้ฝ่าเท้าของฉัน

ความฝันที่ห้า...

ความฝันที่หก...

...

ความฝันที่สิบ

...

...

ความฝันที่หนึ่งร้อยสิบ

...

...

...

ความฝันที่หนึ่งหมื่น

...

...

...

...

ความฝันที่อินฟินิตี้

 

ความฝันทั้งหมดของฉันกำลังลอยวนเวียนอยู่ในห้อง

มีบางฝันที่แอบอยู่ในลิ้นชัก มุดอยู่ในรองเท้า หรือแม้กระทั่งติดอยู่ในใยแมงมุมตรงหลังตู้

พวกแกคงแออัดกันมากเลยสิเนอะ...ถ้าอย่างนั้นก็กลายเป็นความจริงกันซะบ้างซี

 

แต่เมื่อฝันหนึ่งกลายเป็นจริง...ดูเหมือนจะมีอีกฝันเข้ามาแทนอยู่เสมอ

โอ  หากเปลี่ยนความฝันของฉันเป็นหยดน้ำแล้วละก็...มันต้องท่วมโลกแล้วแน่ๆ

 

ฉันอยากเดินทางรอบโลก

ฉันอยากยืนหายใจอยู่บนบอลลูนสักครั้งในชีวิต

ฉันอยากปาร์ตี้น้ำแข็งใสที่ขั้วโลกแล้วชนถ้วยกับหมีขาว

ฉันอยากสำรวจซากเรือสมัยสงครามโลกที่นอนกรนอยู่ใต้มหาสมุทร

.....ฉันอยากไปในทุกๆที่ที่ฉันอยากไป..... 

 

ฉันอยากเขียนหนังสือหนาๆสักเล่มด้วยลายมือของฉันเอง

ฉันอยากอ่านหนังสือทุกเล่มที่มีในโลก

ฉันอยากปลูกต้นไม้ลงในผืนดินของทุกๆประเทศ

ฉันอยากเย็บกางเกงที่ใส่ได้โดยไม่มีวันขาด

.....ฉันอยากทำในทุกๆสิ่งที่ฉันอยากทำ.....