กลางผืนทรายอุ่นๆยามค่ำคืน

การเดินทางทำให้ฉันพบเจอและเริ่มต้นมิตรภาพกับใครหลายคน

หนึ่งในนั้นคือ "เจย์"  ชาวอังกฤษที่มีเข็มทิศอยู่ในกระเป๋ากางเกงเสมอ

"เรียกผมว่ากัปตันฮุค " นั่นคือคำพูดแรกของเขา

ฉันแอบขำ หมอนี่ท่าทางบ้าการผจญภัยทางทะเล

"ถ้าอย่างนั้นเรียกฉันว่าปีเตอร์แพนนะ" ฉันแนะนำตัวบ้าง ^^

 

เจย์รักประเทศไทย  เขาพยายามเรียนรู้ภาษาและวัฒนธรรมบ้านเราอย่างมาก

"ใครขายไข่ไก่" ฉันแกล้งสอนประโยคเด็ด

"ไค...ไค...ไค...ไค" เขาเค้นคำพูดออกมาจากคออย่างยากลำบาก

นั่นเรียกเสียงหัวเราะจากทุกคน  รวมทั้งตัวเขาเอง

"รอก่อนเถอะ สักวันผมจะใช้ประโยคนี้จีบสาวไทย เธอคนนั้นต้องหลงรักแน่ๆ"

 

เมื่อเรือเทียบท่า ณ หนึ่งในร้อยเกาะของหมู่เกาะอ่างทอง

เราเจอกับเหตุการณ์หนึ่งที่สยองขวัญปนประทับใจที่นั่น

ฝรั่งกลุ่มใหญ่กินเหล้าเมามาย นอนกลิ้งไปกลิ้งมากลางชายหาด

หนึ่งในเขาเหล่านั้นกำลังสนุกกับการเล็งเป้าที่อยู่ห่างออกไปราว 5 เมตร

"ปัง"  แก้วเบียร์สีเขียวแตกเป็นเสี่ยง  ตามมาด้วยเสียงหัวเราะของคนเมา

แต่ที่แย่กว่านั้น...เต่าตัวเล็กตัวหนึ่งหงายท้องดิ้นไปดิ้นมาอยู่กลางกองเศษแก้ว

"ไอ้พวกนี้มันตัวถ่วงโลก" ฉันแทบน้ำตาไหล รีบจับลูกเต่าแล้วพาไปปล่อยทะเล

เสียงปืนดังอีกชุด และอีกสามแก้วแตกออกพร้อมกับลูกเต่าอีกสามตัว

เจย์หมดความอดทนก่อนใครเพื่อน

"ว่ายน้ำกลับประเทศไปซะ" เขาปรี่เข้าไปกระชากปืนแล้วขว้างลงทะเล

(พวกเราที่เหลือได้แต่ยืนอึ้ง ก็ไอ้พวกนั้นมันบึ้กๆทั้งนั้น U_U )

"อย่ามาแสดงนิสัยป่าเถื่อนในประเทศของฉัน !"

 เจย์ยังคงหงุดหงิดเมื่อเรากลับขึ้นเรือ

"ไอ้เลวพวกนั้น อย่าให้ฉันเห็นมันเดินอยู่ประเทศของฉันอีกล่ะ" เขาบ่น

O.O ฉันเชื่อได้สนิทใจแล้วว่าหมอนี่ไม่ได้มาเมืองไทยเพื่อจีบสาวอย่างเดียว

 

เจย์กลับอังกฤษไปแล้ว...แต่เขาสัญญาว่าจะกลับมา

จนกระทั่งเมื่อหลายวันก่อน...ที่ภูเก็ต

...เขาร้องเพลงชาติไทยได้ทุกวรรค...แถมโบกธงและตะโกนเสียงดังลั่น

"ไทยซามากคี ไทยเคมแขง รักกันไวนาคร้าบบบ"

 

แต่สิ่งที่ฉันประทับใจ "ชายต่างถิ่น"คนนี้มากที่สุด ดูจะเป็นเรื่องเมื่อวานนี้

เจย์หยิบเหรียญบาทออกมาจากกระเป๋า แล้วจ้องมองมันอยู่อย่างนั้น

"ไม่มีตังค์กลับอังกฤษเหรอ" ฉันแซว

"รู้ไหม ว่าทำไมผมรักประเทศไทย"

"..."

"ที่อังกฤษ ผมเป็นเด็กกำพร้าอยู่ในโรงเรียนดัดสันดาน

  แต่ที่นี่...ผมมีพ่อ...พระราชาของที่นี่คือพ่อของผม

  ผมสามารถเรียกท่านว่าพ่อได้ใช่ไหมล่ะ ท่านเป็นพ่อของคุณ

  และเป็นพ่อของผม  แค่เดินทางมาในลองจิจูดที่ 100

  ผมก็กลายเป็นคนที่มีญาติมากมาย  มีพี่น้องเป็นล้านๆคน

  ...ผมถึงรักที่นีไงล่ะ"

เจย์เก็บเหรียญนั้นใส่กระเป๋าแล้วยิ้มให้ฉัน

 

ผู้ชายคนนี้ไม่ใช่คนเชื้อสายหรือสัญชาติไทย

แต่ฉันกล้าพูดได้เลยว่า

ทุกวันนี้เขาคือ "คนไทย"

 

"""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""

"สำหรับประเทศไทย...พระราชาที่ยิ่งใหญ่ ไม่ได้มีแต่ในนิทาน"

"""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""

คุณเองก็รักประเทศไทยใช่ไหม...

แล้วคุณร้องเพลงชาติของประเทศนี้ครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่กันละ?

 

 

 

ฉันทิ้งร้างโลกไซเบอร์เล็กๆนี้ไปเกือบปี

รู้อะไรไหม...ฉันดีใจจริงๆที่ยังคงมีใครสักคนจดจำฉัน

และรอคอยการกลับมา...

หากคุณจำฉันไม่ได้แล้ว...เรียกฉันว่า "ปีเตอร์ แพน " นะคะ ^^

 

 

...คุณเคยกอดใครไหม?

...แล้วคุณเคยโดนกอดรึเปล่า?

 

เมื่อเราเป็นฝ่ายดึงตัวใครคนหนึ่งเข้ามากอด

หากใครคนนั้นกำลังร้องไห้...กอดของเราจะช่วยปลอบโยนเขา

หากใครคนนั้นกำลังว้าเหว่...กอดของเราจะเป็นเพื่อนเขา

หากใครคนนั้นกำลังมีความสุข...กอดของเราจะบอกเขาว่าเราดีใจกับเขาด้วย

 

เมื่อเราเป็นฝ่ายถูกใครคนหนึ่งดึงไปกอด

หากเรากำลังร้องไห้...กอดนั้นจะถ่ายเทกำลังใจให้แก่เรา

หากเรากำลังว้าเหว่...กอดนั้นจะทำให้เรารับรู้ว่าเราไม่ได้อยู่เพียงลำพัง

หากเรากำลังมีความสุข...กอดนั้นจะช่วยเพิ่มความสุขให้เราเข้าไปอีก

 

เมื่อเราโดนกอด...เราจะรู้สึกว่าตัวเราเล็กลง อยู่ภายในอ้อมกอดใหญ่ๆนั้น

แต่เมื่อเราเป็นฝ่ายกอด...เราจะรู้สึกว่าตัวเราใหญ่ขึ้น โอบล้อมร่างเล็กๆไว้ด้วยสองแขน

 

แต่...ไม่มีใครเป็นคนตัวใหญ่หรือคนตัวเล็กไปตลอดได้

บางเวลา เราต้องเป็นคนตัวใหญ่ เพื่อถ่ายเทกำลังใจให้คนตัวเล็ก

และบางเวลา เราอาจกลายเป็นคนตัวเล็ก ที่ต้องรับกำลังใจซึ่งถ่ายเทมาจากคนตัวใหญ่

 

ในทุกวันนี้...คุณให้ความสำคัญกับการกอดแค่ไหน

คิดง่ายๆ...คุณถูกกอดครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่

คิดต่อไปอีก...คุณไม่ได้โอบกอดใครสักคนมานานแค่ไหนแล้ว

 

ในทุกวันนี้...คุณลำเอียงกับการกอดแค่ไหน

คิดดูหน่อย...คุณกอดแฟนครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่

คิดต่อไปอีก...คุณไม่ได้โอบกอดพ่อกับแม่นานแค่ไหนแล้ว

 

พี่ชาย(ญาติ)ของฉัน...วาดใบหน้าของเขาทับลงบนใบหน้าตุ๊กตากล้วยหอมจอมซน B1

เขาให้เหตุผลกับป้าว่า...

"ตอนผมไม่อยู่ ถ้าใครคิดถึงผมก็กอดเจ้านี่ได้ มันตัวเล็กกว่าผมหน่อยเดียว"

...ตุ๊กตาตัวนั้น...นอนอยู่บนเตียงป้าเสมอ...ฉันคิดว่าป้าคงนอนกอดมันทุกคืน ^^

 

บางคนเหงา...และพูดว่า ได้แต่กอดตัวเองบรรเทาความเหงา

ลองลุกออกจากห้องที่ดูว้าเหว่นั้น เดินเข้าไปในครัว

กอดผู้หญิงที่กำลังทำกับข้าวสำหรับมื้อเย็นให้เรา

...และเลิกใช้คำว่า "กอดตัวเองด้วยความเหงา"

...ในเมื่อเราก็รู้ดีว่า...เรามีใครสักคนให้กอดอยู่เสมอ...

อาจไม่ใช่คนรัก แฟน หรือใครสักคนที่เราหวังอยากให้มี

...แต่กอดจากผู้หญิงคนนี้แหละ...ที่มีค่ามากกว่ากอดไหนๆ...

...เราจะรู้ค่าของมัน...เมื่อถึงวันที่ไม่มีเธอให้กอด...

 

ที่ออสเตรเลีย ผู้ชายวัยกลางคนคนหนึ่ง Juan Mann

เดินชูป้ายใบหนึ่งขึ้นเหนือหัว และยิ้มให้ผู้คนที่ผ่านไปผ่านมา

ป้ายนั้นมีสองคำสั้นๆว่า

FREE HUG

http://www.youtube.com/watch?v=vr3x_RRJdd4

(เนื่องด้วยความโง่ของฉันเอง ทำไมเอาคลิปมาลงไม่ได้ก็ไม่รู้สิ

หากใครอยากดู Mann กับภารกิจกอดของเขา ลิงค์นี้เลยค่ะ)

คุณเชื่อหรือไม่ว่า ในเวลาไม่นาน ป้ายที่เขียนคำสั้นๆแบบเดียวกันนี้แพร่กระจายไปทั่วโลก

คนอเมริกาและยุโรปให้ความสนใจกับป้ายนี้มาก

ป้ายธรรมดาแผ่นนี้...

เปลี่ยนคนแปลกหน้าหลายคน ให้เป็นคนรู้จักกัน

...ทำให้คนกอดกันได้ทั่วโลก

 ...ทำให้รอยยิ้มในโลกเพิ่มขึ้น

ตามมาด้วย...มิตรภาพดีๆ...ระหว่างคนที่ไม่รู้จักกันเลย

กอด สร้างสันติภาพให้กับโลกได้

เฉกเช่นเดียวกับที่...รัก...ทำได้

 

วัฒนธรรมไทย มีขอบเขตบางๆ เกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้

แต่กอด...ไม่ได้มีไว้มอบให้คนที่มาพร้อมพรหมลิขิตเท่านั้น

เปลี่ยนจากการรับวัฒนธรรมแบบตะวันตกที่สร้างหายนะแบบเงียบๆ

(เช่น one night stand )  

มาเป็นการรับวัฒนธรรมที่สร้างสันติภาพแบบไม่เงียบ...ก็คงจะดี

ไม่ต้องถึงกับโผกอดคนแปลกหน้าคนโน้นทีคนนี้ที...(อาจกลายเป็นไอ้โรคจิต)

ทุกคนที่คุณรัก...กอดพวกเขาให้ครบทุกคนก่อน

 

ฉันเคยคิด...เพียงแค่คิด

หากมีใครสักคนเดินถือป้าย FREE HUG เดินระหว่างม็อบคู่อริสองม็อบ

มันจะเอาชนะ ป้ายอีกหลายร้อยแผ่น ที่เต็มไปด้วยข้อความประท้วงได้ไหม

หรือชะตากรรมของคนถือป้าย FREE HUG จะลงเอยแบบอื่น

...จึงได้เพียงแค่คิด...ฉันยังไม่กล้าพอที่จะทำเอง U_U

 

เมื่อไม่นานมานี้ ฉันตัดสินใจเปิดเมลล์อ่านบ้าง ทั้งที่แทบไม่เคยคลิกปุ่มนั้นเลย

ฉันเลื่อนเมาส์ข้ามเมลล์ลูกโซ่ทั้งหลายลงมาเรื่อยๆ

และสะดุดตากับเมลล์หนึ่งเข้า...มันถูกส่งมาจากเพื่อนคนหนึ่ง...ข้ามปีแล้ว

คุณอยากรู้ไหม ตัวอักษรในเมลล์นั้น เกี่ยวกับอะไร

...มันเป็นเรื่องของ กอด ล้วนๆ

ฉันอยากให้ลองอ่านดู

"กอด" มีความหมายไม่น้อยไปกว่าการแสดงออกแบบอื่นเลย เพราะ...                              

กอด...ทำให้รู้ว่าเราไม่ได้อยู่คนเดียวบนโลก

กอด...ทำให้หัวใจสองดวงได้อยู่ใกล้กันมากที่สุด

กอด...คือเสื้อกันหนาวที่มีหัวใจ

กอด...คือการให้และได้รับในเวลาเดียวกัน

บางครั้ง...เราไม่รู้หรอกว่าเราโหยหาอ้อมกอดแค่ไหน...จนกว่าจะได้เห็นคนอื่นเขากอดกัน

นี่เป็นส่วนหนึ่งค่ะ คิดว่าทุกคนคงเคยอ่านกันมาแล้ว (มีแต่ฉันนี้แหละที่เพิ่งได้อ่าน U_U )

 

เอาละ คราวนี้

.....

....

...    

..

.

พากอดของคุณไปมอบไออุ่นให้คนอื่นกัน

.....

....

...

..

เริ่มจาก เธอ คนเดิม ดีไหม

อย่ากลัวว่าคุณจะเขิน

เพราะตอนที่คุณเขิน

ไม่ได้น่ารักน้อยไปกว่าตอนกอดแม่เลย

 

edit @ 22 Feb 2009 14:45:13 by เด็กหญิงความทรงจำ

ผู้ชาย...ก็ร้องไห้เป็น

posted on 21 Feb 2009 00:28 by marine-melody

ในคืนที่มืดสนิท...

บนฟ้านั้น มีแสงดาวหรือแสงจากตึกสูง...ก็ไม่อาจรู้ได้

 

เสียงกริ่งดังขึ้น...บอกว่ามีใครบางคนรออยู่ข้างนอกนั่น

...ข้างนอกรั้ว กำลังกดกริ่งติดๆกันอีกหลายครั้ง...ตอนห้าทุ่มกว่าๆ...

กดสร้างความรำคาญแบบนี้...มีอยู่คนเดียว

"จะกดให้ตื่นทั้งบ้านเหรอ หนวกหู"

ฉันเปิดประตูบ้านออกไปเจอไอ้หมูหยองยืนตะคุ่มๆกดกริ่งไม่หยุด

"หิวล่ะสิ ถึงมาดึกๆ" ฉันดักคอ

...มันไม่ตอบ ปีนรั้วเข้ามาแทน

...เมื่ออยู่ในแสงไฟ...เมื่อฉันเห็นหน้ามันชัดๆ...

"เฮ้ย หมูหยอง เป็นไรอ่ะ"

...น้ำตาเต็มไปหมด...อาบแก้ม เปื้อนแขนเสื้อ แม้แต่หลังมือของมันก็เต็มไปด้วยรอยน้ำตา 

"เป็นไร!"  ฉันตกใจมาก

"ไปเป็นเพื่อนหน่อยสิ" มันใช้มือปัดๆน้ำตาออกไป ปัดๆคำถามฉันไปด้วย

"ไปไหน"

"โรงบาล"

..................................................................................

เกือบเที่ยงคืน...ที่โรงพยาบาล

ไอ้หมูหยองนั่งจ้องหน้าคนเจ็บที่นอนหน้าซีดอยู่บนเตียงเขม็ง

ดูๆไปแล้ว ที่ไอ้เจ(คนป่วย) หน้าซีด ไม่ใช่เพราะมันเจ็บหนักอย่างที่เป็นเมื่อตะกี้หรอก

แต่เป็นเพราะสายตาไบกอนพิฆาตของไอหมูหยองมากกว่า

"กูบอกมึงแล้วใช่มั้ยว่าให้มึงเลิก" ไอ้หมูหยองเริ่ม

"บอกแล้ว" ไอ้เจพูดอยู่ในคอ ฉันอยากจะขำให้ฟันร่วง

ไอ้เจ ผู้ชายอันธพาลที่ไม่เคยกลัวใครหน้าไหน เจอปากเพื่อนซี้อย่างไอ้หมูหยองเข้าไป

จ๋อยสนิท !!

"นี่มึงไม่เคยเชื่อกูเลยใช่มะ ที่กูเตือนมึงเนี่ย กูพูดอยู่คนเดียว มึงไม่ฟังเลยใช่มะ"

"กูฟัง แต่กูยังเลิกไม่ได้นี่หว่า ของแบบนี้มันต้องค่อยๆลดเว้ย"

"ค่อยๆ_มึงสิ ถ้ามึงติดยาว่าไปอย่าง แค่เลิกพนันบอลเนี่ย มันต้องค่อยๆเหรอวะ"

"มึงไม่เป็นกูหนิ" ไอ้เจเริ่มงอน

"กูเคยบอกแล้วนะ ถ้ามึงไม่เลิก ไม่ต้องมานอนบ้านกู"

"แล้วกูจะนอนไหนละ ไอ้_"

"เรียกกูไอ้_เหรอ"

"เออดิ ไอ้เพื่อน_"  คราวนี้ไอ้เจลุกขึ้นนั่งแล้ว

"...มึงยังเห็นกูเป็นเพื่อนอยู่เหรอ" ไอ้หมูหยองเริ่มเสียงสั่นอีกหน

...น้ำตามันเพิ่งแห้งก่อนเข้ามาเยี่ยมไอ้เจเมื่อกี้เองนะ

(นี่พวกแกจะเถียงกันสองคน แล้วลากฉันมาทำไมฟะ ตอนเที่ยงคืนแบบนี้!!)

"ไรของมึง" เหมือนว่า ไอ้เจได้โอกาสปั้นหน้างอนใส่เต็มที่

"บอกมาคำเดียวว่ามึงจะเลิก ถ้ามึงยังไม่เลิก ไม่ต้องมายุ่งกะกู"

"มึงมัดมือชกกูหง่ะ"

"กูจะชกจริงๆ ถ้ามึงโดนไอ้_พวกนั้นรุมมาแบบนี้อีก กูจะชกมึงซ้ำ"

"เออ ถ้ากูโดนอีก กูจะตายให้ดู" ไอ้เจเบือนหน้า เชิดใส่

คราวนนี้ไอ้หมูหยองทนไม่ไหวแล้ว น้ำตามันร่วงลง พอดีกับเสียงดัง "โครมม"

ไอ้เจถูกมันดึงตกเตียง!!

"ไอ้_  หัวกูลงดังโป๊กเลย"

"ถ้ามึงพูดเรื่องตายอีกนะ กูจะต่อยมึงจริงๆ"

"ตาย!! กูพูดอยู่เนี่ย ต่อยเลยดิ"

มันส่งรังสีชิ้งๆทางสายตาใส่กัน จนฉันยืนทำอะไรไม่ถูก เดี๋ยวมันได้ต่อยกันจริงๆแน่ๆ

"มึงเป็นเพื่อนกู...เพราะฉะนั้น...มึงห้ามตายก่อนกู"

...หมูหยองพูดไว้แค่นั้น เดินผ่านหน้าฉันออกไปจากห้อง

"มันไปอารมณ์เสียเรื่องไรมาก่อนรึเปล่าวะ ถึงได้มาลงกะกูเต็มๆ" ไอ้เจถามฉัน

...ฉันไม่ได้ตอบมันในตอนนั้น...ช่วยพยุงมันนอนบนเตียง ก่อนตามไอ้หมูหยองกลับมาบ้าน

 ...................................................................

"แกเป็นเพื่อนเรา เพราะฉะนั้นแกห้ามตายก่อนเรา"

ประโยคนี้...ครั้งหนึ่ง ฉันก็เคยได้ฟังมัน

สิ่งที่ฉันเพิ่งรู้...ผู้ชายบางคน...รักเพื่อน มากกว่ารักตัวเอง

                  ...ผู้ชายบางคน...เป็นห่วงเพื่อน และแสดงออกมากกว่าผู้หญิงบางคนเสียอีก

                  ...ผู้ชายบางคน...พูดคำหยาบคาย...แต่จริงใจทุกคำ

                  ...ผู้ชาย...ก็ร้องไห้เป็น...

 

เพื่อน...ใครๆก็มี  อย่างน้อย เราทุกคนก็มีเพื่อนร่วมโลก

เพื่อนรัก...หลายคนก็มี  อย่างน้อยก็เพื่อนสมัยมัธยม

เพื่อนแท้...จะมีสักกี่คนที่มี  อย่างมากก็มี 'เพื่อนที่ดี'

.....ฉัน...ไม่คาดหวังให้ใครเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดสำหรับฉัน

.....เพราะฉัน...ไม่สามารถเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดสำหรับใครได้

เพื่อนที่เข้าใจฉันที่สุด...คือตัวฉันเอง

และเพื่อนที่ฉันเข้าใจเขาที่สุด...ก็คือตัวฉันเอง

 

ฉันไม่รู้ว่า การดึงเพื่อนลงจากเตียงทั้งที่เพื่อนเจ็บ หรือ การใช้คำหยาบ

จะเป็นคุณสมบัติของเพื่อนที่ดีได้หรือไม่

แต่ที่ฉันรู้คือ  มันเป็นคุณสมบัติของเพื่อนแท้ได้

...............................................................

วันนี้เอนทรี่ฉันไร้สาระอีกครั้งแล้ว

นอนไม่หลับจริงๆ หลังมีเรื่องทวงค่าพนันบอลแบบโหดๆที่ไอ้เจเจอมา

ฉันเอง...เป็นคนหนึ่งที่คลั่งไคล้ฟุตบอล และเกลียดการพนันบอลเข้าไส้

หากคุณต้องการรู้ว่าเพื่อนรักคุณแค่ไหน โปรดใช้วิธีอื่น

แต่หากคุณต้องการเล่นเพื่อเงินหรือความสนุก กรุณาใช้สมองคิดใหม่ อย่าใช้น'ส้งติง' คิด ^^

edit @ 21 Feb 2009 01:58:53 by เด็กหญิงความทรงจำ